Atharva Veda Anuvaka 3
Kanda 510 Suktas139 Mantras

Anuvaka 3

ธีมหลัก: การคุ้มครองและฟื้นคืนชีวิตที่สถิตในกายตามคัมภีร์อถรรพณ์—ทำให้เรือน การตั้งครรภ์ พลังชีวิต และชัยชนะมั่นคง ด้วยมนตร์ที่ขับไล่พลังอริและสิ่งอัปมงคล ประเด็นย่อย: (1) สงครามอภิจารด้วยเทคโนโลยีเสียง/พิธีกรรม (กลองศึก) (2) ไภษัชยะ: ขับไล่ตัวก่อโรค เช่น ไข้ตักมัน (takmán), กริมิ (krimi), ปีศาจปิศาจะ (piśāca) (3) พิธีอายุษยะ: ผูกประคองปราณ/อสุ (prāṇa/asu) เพื่อยืดอายุ (4) การสถาปนาเรือนและคุ้มครองครัวเรือน (นวศาลา, อัคนิ) (5) พิธี ‘คลุม/ปกป้อง’ เพื่อพิทักษ์กระบวนยัชญะ/สังสการ (yajña/saṃskāra)

Suktas in Anuvaka 3

Sukta 21

อถรรพเวท 5.21 เป็นสุกตะแห่งอภิจาระเชิงศึก ที่ทำให้กลองศึก (ทุณฑุภิ) กลายเป็นพลังปฏิบัติการมีชีวิต: เสียงคำรามของมันถูกอัดประจุมันตระเพื่อสอดแทรกความหวาดผวา ความแตกแยกทางใจ และความพ่ายหนีให้เกิดขึ้นในกองทัพศัตรู สุกตะนี้กล่าวซ้ำ ๆ ถึงการ “วาง” ความกลัว (ภยะ/ตราสะ) ความชิงชัง และความสับสนไว้ภายในฝ่ายตรงข้าม พร้อมกันนั้นก็ปลุกเร้า “หมู่” เทวะฝ่ายมิตรให้รวมกำลัง เพื่อค้ำจุนชัยชนะและอธิปไตยเหนือสมรภูมิ

Rishi: Atharvanic/Angiras-type attribution (martial abhicaric cluster; specific r̥ṣi varies by anukramaṇī tradition) | Devata: Dundubhi (personified drum) as operative agent; secondarily Bhaya/Trāsa as effected powers | 12 Mantras

Sukta 22

อถรรพเวท 5.22 เป็นบทสวดรักษาเพื่อขับไล่โรค ที่เผชิญหน้าทักมัน (ไข้) ในฐานะความทุกข์เจ็บที่มีสำนึกและเคลื่อนที่ได้ และสั่งให้มันจากผู้ป่วยไป “ลงต่ำและออกไปไกล” บทสวดระบุรูปแบบไข้ที่รุนแรง (ร้ายแรง แดงจัด) และใช้อำนาจแห่งคำสาบาน/คำกำชับเพื่อกันการกำเริบ โดยเตือนทักมันโดยเฉพาะว่าอย่าไปสมคบกับอาการไอและภาวะแทรกซ้อนจากเสมหะ พลังของบทสวดอยู่ที่การเอ่ยนามตัวการแห่งโรค การชี้ทิศทางการเคลื่อนของมัน และการผนึกการขับไล่ไม่ให้หวนกลับมาอีก

Rishi: Atharvanic tradition (often attributed to Atharvan/Angiras line for takman hymns; specific r̥ṣi not stated in the provided excerpt) | Devata: Takmán (Fever personified) | 14 Mantras

Sukta 23

อว. 5.23 เป็นบทสวดรักษาแบบกฤมิ-ฆนะ (ทำลายหนอน/โรคจากปรสิต) ที่ผูกมัดผู้ป่วยไว้ภายใน “การทอ” อันศักดิ์สิทธิ์เพื่อคุ้มครอง แล้วฉีกแยกและกำจัดกฤมิอย่างรุนแรงในทุกที่ที่มันซ่อนอยู่—ทั้งภายใน รอบกาย และในรูปแบบอันละเอียดจิ๋ว พลังของบทสวดอยู่ที่การครอบคลุมการระบาดทั้งหมด (เอ่ยนามรูปแบบและตำแหน่ง) และแปรถ้อยคำให้เป็นอาวุธบดขยี้ โดยอัญเชิญทฺยาวา-ปฤถิวี สรัสวตี อินทระ และอัคนี ให้เป็นทั้งผู้พิทักษ์ที่ล้อมคุ้มกันและผู้ประหารโรค

Rishi: Atharvanic tradition (Krimi hymns; specific ṛṣi per anukramaṇī) | Devata: Dyāvā-Pṛthivī, Sarasvatī, Indra, Agni (as protectors and destroyers of krimi) | 13 Mantras

Sukta 24

AV 5.24 เป็นบทสาธยายเรียกอำนาจผู้เป็นใหญ่ฝ่ายคุ้มครอง เพื่อให้ “ปกคลุม” ทุกชั้นของพิธีอภิเษก/การทำให้ศักดิ์สิทธิ์—ทั้งมนตร์ การปฏิบัติพิธี เจตนา ความตั้งมั่น คำอวยพร และการอัญเชิญเทพอย่างเป็นทางการ โดยขานนามเทพด้วยสมญาแห่งอำนาจปกครอง (อธิปติ) เช่น “เจ้าแห่งนักษัตร” และ “บิดาแห่งมรุต เจ้าแห่งโค” บทสวดนี้สถาปนาการกำกับดูแลระดับจักรวาลเหนือพิธีกรรม เพื่อให้ดำเนินไปโดยไร้อุปสรรค และบังเกิดความมั่งคั่งมั่นคง

Rishi: Atharvanic tradition (exact r̥ṣi attribution varies by anukramaṇī for this section) | Devata: A protective overlord figure designated by epithets (Father of the Maruts; Lord of cattle) | 17 Mantras

Sukta 25

AV 5.25 เป็นบทสวดอาถรรพเวทเพื่อคุ้มครองด้านสูติกรรม ทำให้การปฏิสนธิและการ “ตั้งครรภ์/การวางตัวของทารกในครรภ์” (garbha-dhāraṇa) มีความศักดิ์สิทธิ์ โดยวอนขออำนาจทิพย์ให้ “ฝัง” “ทำให้มั่นคง” และทำให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตจนถึงกำหนดคลอดครบถ้วน บทสวดเน้นพระธาตฤ (Dhātṛ) ในฐานะผู้สถาปนา/ผู้สร้าง และผสานการอัญเชิญพลังแห่งความอุดมสมบูรณ์ (สินีวาลี สรัสวตี และอัศวิน) เข้ากับถ้อยคำเชิงคุ้มครองว่าด้วยการ “เปิด/จัดวางให้ลงตัว” เพื่อให้การตั้งครรภ์ปลอดภัยไม่บอบช้ำและการคลอดสำเร็จ มักระบุความปรารถนาให้ได้บุตรชายในเดือนที่สิบ

Rishi: Atharvanic tradition (hymn-family for fetal formation; specific r̥ṣi attribution varies by anukramaṇī) | Devata: Dhātṛ (embryo-establisher/creator) | 13 Mantras

Sukta 26

บทสวดนี้เป็นพิธีสถาปนาเรือนใหม่แบบคฤหยะ (นวศาลา) เพื่อวางระเบียบพิธีอันเป็นมงคล โดยให้อัคนีเป็นผู้พิทักษ์องค์แรกของบ้านและเป็นผู้นำพาเครื่องบูชา ด้วยการ “เทียม/ผูก” (yuj) ซ้ำ ๆ ของมนต์ยชุส ไม้ก่อไฟ คำว่า svāhā และกำลังเทพร่วมอื่น ๆ จึงทำให้พิธีมั่นคง ปัดเป่าอัปมงคลในเรือน และแปรเปลี่ยนพื้นที่ใหม่ให้เป็นบ้านที่ก่อเกิดความรุ่งเรืองแก่ยชามานะ

Rishi: Atharvanic tradition (anukramaṇī-dependent) | Devata: Agni | 12 Mantras

Sukta 27

AV 5.27 เป็นสุกตะแด่อัคนีที่มีศูนย์กลางอยู่ที่พิธีโหมะ เพื่อเสริมกำลังแก่พิธีบูชา (อธวร) โดยอัญเชิญไฟให้ “ก้าวหน้า” ในฐานะผู้หาม/ผู้นำส่ง (วหฺนิ) และให้สำแดงความโอ่อ่าศักดิ์สิทธิ์แห่งยัญผ่านเครื่องบูชาที่ถวายอย่างถูกต้อง บทสวดนี้ทำให้พื้นที่พิธีมั่นคงและสงบ (ศานติ) และเพิ่มพูนความอุดมสมบูรณ์ (เปาษฺฏิกะ) ด้วยการทำให้หวิสมีความหวานชื่น ถูกปลดปล่อย และถูกนำส่งถึงเทพทั้งหลายอย่างปลอดภัย พร้อมทั้งระงับอุปสรรคที่จะรบกวนพิธีกรรม

Rishi: Traditionally Angiras/Atharvanic attribution for Agni-yajña material (exact r̥ṣi for AV 5.27 requires recension-specific anukramaṇī confirmation). | Devata: Agni | 12 Mantras

Sukta 28

อถรรพเวท 5.28 เป็นมนตร์รักษาแบบอายุษยะ (เพื่ออายุยืน) ที่รวบรวม ชั่งวัด และผูกยึดปราณทั้งหลายขึ้นใหม่ เพื่อให้ผู้รับพิธีบรรลุ “หนึ่งร้อยฤดูใบไม้ร่วง” มนตร์นี้ทำงานโดยทำให้พลังชีวิตมั่นคงผ่านการจัดระเบียบลมหายใจแห่งชีวิตเป็นเก้าประการ และผนึกความคุ้มครองด้วยโลหะเป็นชุดสามประการ อันได้รับการปลุกเสกด้วยตบัส/เตชัส และเสริมกำลังด้วยอำนาจของฤดูกาลและปี (ฤตุ/สํวัตสร)

Rishi: Atharvanic healer tradition (Āyuṣya corpus) | Devata: Dīrghāyuḥ (personified Long-life) / Prāṇa as operative power | 14 Mantras

Sukta 29

อว. 5.29 เป็นสุกตะแห่งการขับไล่รากษัสและการเยียวยา (rakṣoghna-bhaiṣajya) อันทรงพลัง ที่อัญเชิญอัคนี ชาตเวทัส ในฐานะแพทย์และผู้สังหารอสูร ให้ขับไล่ปิศาจผู้กินเนื้อซึ่งเชื่อว่ากำลังก่อทุกข์แก่ผู้ป่วย ด้วยภาพพจน์แห่งการแทง การตัด และการโต้กลับ มนตราแปรเปลวเพลิงอันกระจ่างของอัคนีให้เป็นการไล่ผีดุจการผ่าตัด เพื่อฟื้นคืนความสมบูรณ์ของกาย กำลัง และชีวิต บทสวดลงท้ายด้วยพรแห่งการฟื้นฟู—ความเจริญงอกงาม ความบริสุทธิ์ ความเป็นอิสระจากโรคซูบผอม (ยักษฺมะ) และการดำรงชีวิตต่อไป

Rishi: Atharvanic/Angiras-type tradition (exorcistic corpus; specific r̥ṣi attribution varies by anukramaṇī) | Devata: Agni (as rakṣohā) and the targeted Piśāca (as adversary) | 15 Mantras

Sukta 30

AV 5.30 เป็นมนตร์อาถรรพณ์เพื่อยืดอายุ ที่หยุดยั้งการไถลของบุคคลไปสู่ความตาย โดย “ผูกตรึง” ลมหายใจชีวิต (asu) ให้มั่น และเรียกคืนอินทรีย์ที่กระจัดกระจายกลับมา บทสวดกล่าวชัดว่าปิดกั้นหนทางไปสู่ปิตฤ (บรรพชนผู้ล่วงลับ อันเป็นปลายทางของผู้ตาย) และหันเหอำนาจอันเป็นปฏิปักษ์ รวมทั้งโทษภัยที่เชื่อว่าส่งมาจากภายในวงศ์ญาติเอง อานุภาพของมนตร์ถูกวางกรอบว่าเป็นการหลอมรวมกลับคืน: ลมหายใจ จิต สายตา กำลัง และความมั่นคงของกายถูกรวบรวมประกอบใหม่ เพื่อให้ผู้ป่วยยังคงอยู่ ณ ที่นี้ ยืนหยัดมั่นคงในโลกของผู้มีชีวิต

Rishi: Atharvanic tradition (longevity charms frequently ascribed to Atharvan seers in ancillary lists) | Devata: Āyus/Asu (vital breath) with implicit opposition to Mṛtyu; Pitṛs as the avoided destination | 17 Mantras

Read Atharva Veda in the Vedapath app

Scan the QR code to open this directly in the app, with word-by-word meanings, Sanskrit recitation where available, and more.

Continue reading in the Vedapath app

Open in App