Atharva Veda Anuvaka 8
Kanda 610 Suktas31 Mantras

Anuvaka 8

ธีมหลัก: ทำให้ครัวเรือนมั่นคงด้วยความมั่งคั่ง ความพร้อมเพรียง และการขับไล่สิ่งคุกคามเพื่อคุ้มครอง ประเด็นย่อย: (1) โภชนาการและการเพิ่มพูนแบบปौष्टิกะ—พลังหล่อเลี้ยง (ūrj), รส/สาระ (rasa), ทรัพย์สมบัติ (rayi) (2) สัมมนัสยะ—ความเป็นเอกฉันท์และความสามัคคีของสังคม (3) สปัตนะ-กษยะณะ—กำจัดคู่แข่ง/ความเป็นปฏิปักษ์ (4) ปรายัศจิตตะ—ชำระและทำให้ศักดิ์สิทธิ์ใหม่เมื่อกิน/รับสิ่งของในภาวะน่าสงสัย (5) วาชีกรณะ—เสริมกำลังเพศชายและความสำเร็จในการร่วมสัมพันธ์ (6) อัคนิเป็นไฟชีวิตภายใน ฟื้นความมั่นคงและการมองเห็น (7) ผูกตรึง/ทำให้มั่นคงทรัพย์สินมีค่าไม่ให้หลงหายหรือพลัดพราก

Suktas in Anuvaka 8

Sukta 71

บทสวดปรāยัศจิตตะสามคาถานี้วอนขออัคนีในฐานะโหตฤและไวศวานระ ให้ประกอบพิธี “จัดจำแนกใหม่” อาหารและทรัพย์สินที่ได้กินหรือรับไว้ภายใต้เงื่อนไขอันน่าสงสัย ให้กลับเป็นประหนึ่งได้ถวายอย่างถูกต้อง (สุหุตะ) บทสวดกล่าวถึงมลทินทางศีลธรรมและพิธีกรรมที่เกิดจากการรับ (ประติกฺรหะ) จากสิ่งที่เป็นหุตะ/อะหุตะ และจากอันฤตะ (ความเท็จ) แล้วแปรการบริโภคนั้นให้เป็นโภชนะแห่งมงคล หวานดุจน้ำผึ้ง และเกื้อกูลสุขภาวะ พลังของบทสวดอยู่ที่อำนาจชำระของอัคนีและเขตอำนาจแห่งยัญพิธีของพระองค์: สิ่งใดที่สัมผัสแดนของอัคนี ย่อมทำให้ถูกต้องตามพิธีและปลอดภัยภายในได้

Rishi: Atharvanic tradition (Anukramaṇī attribution not supplied in input; to be filled from Śaunakīya Anukramaṇī). | Devata: Agni (as Hotar/purifier) | 3 Mantras

Sukta 72

บทสวดวājīkaraṇaสั้น ๆ นี้เป็นมนตร์เสริมฤทธิ์เพื่อปลุกเร้าและขยายพลังบุรุษของชาย ให้เกิดการแข็งตัวมั่นคงและการร่วมสังวาสสำเร็จ มนตร์นี้อำนาจบันดาลแก่อรฺกะ—ทั้งพืชอรฺกะและ/หรือเดชะสุริยะที่ถูกชาร์จไว้—ร่วมกับวาตะ (ลมชีวิต) ในฐานะแรงพองและแรงเสริมกำลัง ทำให้อวัยวะกำเนิด “ประสานอวัยวะต่ออวัยวะ” และยิ่งเกินขนาดสามัญ

Rishi: Atharvanic tradition (to be filled from Anukramaṇī). | Devata: Arka (as empowered substance) / generative potency (implicit) | 3 Mantras

Sukta 73

บทสวดปุษฏิกะสั้น ๆ นี้เป็นมนตร์เพื่อสํมฺมนัสยะ—ความพร้อมเพรียงและเจตนาร่วม—ให้ญาติและสหายมาชุมนุมรอบผู้นำ/หัวหน้าครัวเรือนเดียว ด้วยใจเป็นหนึ่งเดียว บทสวดอัญเชิญอำนาจผู้ค้ำจุนหลัก (วรุณะ โสม อัคนี พฤหสปติ และวสุทั้งหลาย) ให้ “ดึงรั้งให้รวมกัน” ซึ่งศรีและโชคของหมู่คณะ แล้วประกอบพิธี “เย็บประสาน” แรงขับภายในที่แตกต่างด้วยเครื่องบูชา (หวิส) และเนยใส (ฆฤต) และท้ายที่สุดป้องกันการแตกกระจาย โดยวางหมู่คณะไว้ใต้การชี้นำอันถูกต้องของปูษัน และเสียงเรียกค้ำจุนเรือนของวาสโตษปติ

Rishi: Atharvanic tradition (specific anukramaṇī attribution not supplied in input) | Devata: Sāṃmanasya (Concord) with Varuṇa, Soma, Agni, Bṛhaspati, Vasus as invoked agents | 3 Mantras

Sukta 74

อว. 6.74 เป็นมนตร์สั้นเพื่อความพร้อมเพรียง ที่ประกอบพิธีเพื่อ “ถักร้อยให้เป็นหนึ่ง” ทั้งกาย จิต ใจ และข้อปฏิบัติร่วมกัน เพื่อให้หมู่ชนที่กำลังวิวาทกลับมารู้จักยอมรับกันและกัน และคืนสู่ระเบียบแห่งความร่วมมือ บทสวดอัญเชิญสํชญานะ (พลังแห่งความเข้าใจร่วม) และอาศัยภคะ (ส่วนอันชอบธรรม/ส่วนแบ่งอันเป็นมงคล) กับอันนะ (อาหาร) เพื่อทำให้ความขุ่นเคืองอ่อนลง และสถาปนาความเป็นเอกฉันท์ขึ้นใหม่ด้วยวาจาศักดิ์สิทธิ์และความผูกพันของชุมชน

Rishi: Atharvanic tradition (hymn-seer not securely individualized in common indices for this verse alone) | Devata: Saṃjñāna (Concord) with Bhaga as supporting deity | 3 Mantras

Sukta 75

อถรรพเวท 6.75 เป็นมนตร์สปัตนะ-กษยะณะ (sapátna-kṣayaṇa) แบบกระชับ เพื่อขับไล่คู่ปรปักษ์ผู้มุ่งร้ายออกจากเคหสถาน และผนึกมิให้เขาหวนกลับมาอีก พระอินทร์ถูกอัญเชิญในฐานะผู้ทุบทำลายศัตรูอย่างเด็ดขาด ทรงผลักดันศัตรูให้ออกพ้นเขตเรือน (โอกัส okas) และส่งไปยังแดนไกลที่สุด พ้นจากสังคม และแม้พ้นจากโลกธาตุอันสว่างไสว

Rishi: Atharvanic tradition (hymn classified by function: sapátna-kṣayaṇa) | Devata: Indra (as expeller/smasher of foes) | 3 Mantras

Sukta 76

มนตร์สั้นตามคติอถรรพเวทนี้ปลุกเร้าอัคนีให้ลุกเป็นไฟภายในอันหล่อเลี้ยงชีวิต ไฟนั้นผุดขึ้นจากดวงหทัยและฟื้นฟูระเบียบแห่งพลังชีวิต การเห็น และความมั่นคง ด้วยความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับสมิธ (ฟืนบูชา) และด้วยการยึดถือ “นาม” ของอัคนีเป็นอำนาจคุ้มครอง บทสวดนี้ขับไล่ผู้ทำร้ายที่เร่ร่อนและปลดเปลื้องสิทธิ์ของความตาย โดยเฉพาะในกรอบแห่งอำนาจคุ้มกันแบบกษัตริย์/กษัตริยะ

Rishi: Atharvanic tradition (Anukramaṇī attribution not supplied in input; commonly Atharvan/Angiras for such charms) | Devata: Agni | 4 Mantras

Sukta 77

บทสวดสามมนต์นี้เป็นคาถาเพื่อความมั่นคงและคุ้มครอง ทำให้สิ่งที่มีแนวโน้มจะเร่ร่อน “ตั้งมั่นอยู่” โดยเฉพาะทรัพย์สินมีค่าอย่างม้า ด้วยการจำลองระเบียบแห่งเรือนให้สอดคล้องกับความมั่นคงของจักรวาล (ฟ้า แผ่นดิน ภูเขา) จากนั้นจึงอัญเชิญอำนาจผู้พิทักษ์ และท้ายที่สุดอัคนีชาตเวทัส ให้หันกลับกองกำลังคุกคาม จัดวางการคุ้มครองเป็นชั้น ๆ และฟื้นฟูความผาสุกกับวิถีอันชอบของครัวเรือน

Rishi: Atharvanic tradition (r̥ṣi not specified in the provided excerpt; to be resolved from AVŚ anukramaṇī). | Devata: A protective ‘guardian’ power (gopā/rakṣitṛ), functionally aligned with Agni/Jātavedas in the following verse-context. | 3 Mantras

Sukta 78

บทสวดปौषṭikaสั้น ๆ นี้อำนวยพรคู่สามีภรรยาให้กลับมาสมบูรณ์พูนเพิ่มอีกครั้ง (pyāyati) มีพลังหล่อเลี้ยงและความอุดมแห่งน้ำเลี้ยง (rasa/payas) มีทรัพย์สมบัติ (rayi) และมีความมั่นคงตั้งมั่น (rāṣṭra) โดยมองความรุ่งเรืองมิใช่เพียงการครอบครอง แต่เป็นสภาพแห่งเรือนที่ดำรงต่อเนื่อง—การงอกงามที่ไม่พร่องไม่เสื่อม (anupakṣita) น้ำเลี้ยงดุจความอุดมสมบูรณ์ และอายุยืน—ซึ่งถูกประทับตราด้วยการอัญเชิญตฺวษฺฏฤ (Tvaṣṭṛ) ผู้เป็นช่างสรรค์สร้างแห่งเทพ ให้ทรงประกอบและค้ำจุนพันธะคู่ครอง

Rishi: Atharvanic tradition (to be confirmed from anukramaṇī). | Devata: Pauṣṭika powers of increase; implicitly the efficacy of havis and household prosperity (no single named deity in this verse). | 3 Mantras

Sukta 79

อว. 6.79 เป็นมนต์สั้นเพื่อความรุ่งเรืองในเรือน กล่าวถึงนภสัสปติ “เจ้าแห่งเมฆ” ผู้ถูกนึกภาพว่าเป็นผู้ควบคุมโภชนาการที่เกิดจากฝน บทสวดวอนให้ ūrj (พลังอาหาร-ชีวิต) ตั้งมั่นอยู่ภายในบ้าน ให้พ้นจากความขัดสน (asamāti) และให้มีส่วนแบ่งอันมั่นคงใน “ความเจริญงอกงามพันเท่า” อานุภาพของบทนี้อยู่ที่การผูกความผาสุกของครัวเรือนเข้ากับคลังจักรวาลแห่งฝนและความอุดมสมบูรณ์ แล้วเชื้อเชิญความบริบูรณ์นั้นให้ไหลเข้าสู่กฤหะในฐานะสภาวะที่ได้รับการคุ้มครองและยั่งยืน

Rishi: Atharvanic tradition (Anukramaṇī attribution not supplied in input; commonly Atharvan/Āṅgiras-type for paustika charms) | Devata: Nabhasaspati (personified lord of cloud/rain; prosperity agent) | 3 Mantras

Sukta 80

บทสวดสั้นเชิงปัดเป่าเคราะห์นี้บูชาวิงวอนพลังศักดิ์สิทธิ์อันแผ่ซ่านทั่ว—พรรณนาเป็น “มหิมา” คือเดชานุภาพแห่งสวรรค์ และโยงกับศุนะ/ทิวยะศวาน—เพื่อให้คุ้มครองบุคคลและเคหสถานจากอันตราย ด้วยการ “สถิต” พลังนั้นไว้ทั่วทั้งน่านน้ำ อากาศชั้นกลาง สวรรค์ มหาสมุทร และแผ่นดิน มนต์จึงทำให้การคุ้มครองครอบคลุมทุกทิศทุกทาง และเปิดให้เข้าถึงได้ในพิธีกรรมด้วยเครื่องบูชาง่าย ๆ

Rishi: Atharvanic tradition (specific r̥ṣi attribution varies by anukramaṇī lists for this hymn) | Devata: A pervasive divine potency (interpretable as a deified ‘might’/mahimā; sometimes linked with Śuna as epithet) | 3 Mantras

Read Atharva Veda in the Vedapath app

Scan the QR code to open this directly in the app, with word-by-word meanings, Sanskrit recitation where available, and more.

Continue reading in the Vedapath app

Open in App