Opening the text

Rishi: Not specified in the input (requires AV anukramaṇī consultation)
Devata: Varuṇa (Asura), with secondary allusions to ‘Father’ and ‘Hari’ as recipients/figures in the precedent
Chandas: As noted in the input header: associated with atiśakvarī/atyāṣṭi classifications (needs edition-specific mapping to this mantra).
อว. 5.11 เป็นบทสวดปौष्टิกะประเภท “สัมปัต-กรรมัน” เพื่อขอให้พิธีสำเร็จลุล่วงโดยสมบูรณ์ และให้ทรัพย์ทาน/ความอุดม (รाधัส) มาถึงอย่างสม่ำเสมอด้วยพระกรุณาของวรุณะ (อสูร) บทสวดวางกรอบความรุ่งเรืองว่าเกิดจากวาจาสรรเสริญที่ถูกต้อง (สโตตระ) การให้ทานที่ถูกต้อง (ทักษิณา โดยเฉพาะโคด่างชื่อ ปฤศนี) และการกำกับตรวจตราอันแยบคายของวรุณะ ซึ่งทำให้พิธี “ลงหลัก” และบังเกิดผลอย่างถูกต้องในโลกนี้
Mantra 1
संपत्कर्म। ६ पञ्चपदा अतिशक्वरी, ११ त्र्यवसाना षट्-पदा अत्यष्टिः। क॒थं म॒हे असु॑रायाब्रवीरि॒ह क॒थं पि॒त्रे हर॑ये त्वे॒षनृ॑म्णः । पृश्निं॑ वरुण॒ दक्षि॑णां ददा॒वान् पुन॑र्मघ॒ त्वं मन॑साचिकित्सीः
ท่านได้กล่าว ณ ที่นี้ต่ออสูรผู้ยิ่งใหญ่ (Asura) อย่างไร? และได้กล่าวต่อบิดา ต่อหริ (Hari) ผู้มีกำลังอันเร่าร้อนอย่างไร? วรุณะ (Varuṇa) เอ๋ย เมื่อท่านได้มอบปฤศนี (Pṛśni) เป็นทักษิณา (dakṣiṇā) แก่พราหมณ์ผู้ประกอบพิธีแล้ว โอ้ผู้ให้ซ้ำ (Punarmagha) ท่านได้หยั่งรู้ด้วยใจถึงหนทางและความเป็นไปนั้น.
Mantra 2
न कामे॑न॒ पुन॑र्मघो भवामि॒ सं च॑क्षे॒ कं पृश्नि॑मे॒तामुपा॑जे । केन॒ नु त्वम॑थर्व॑न् काव्ये॑न॒ केन॑ जा॒तेना॑सि जा॒तवे॑दाः
โอ้ผู้ให้ซ้ำ (Punarmagha) มิใช่ด้วยความใคร่ปรารถนาเพียงอย่างเดียวที่ข้าจะบรรลุได้; ข้าเห็น “กะ” (Ka) อย่างแจ่มชัด และข้าเข้าไปใกล้ปฤศนี (Pṛśni) นี้เพื่อประกอบพิธี. โอ้อถรรวัน (Atharvan) แท้จริงแล้วด้วยสิ่งใด—ด้วยศิลป์กวี (kāvya) อย่างใด ด้วยการเกิดอย่างใด—ท่านจึงเป็นชาตเวทัส (Jātavedas)?
Mantra 3
स॒त्यम॒हं ग॑भी॒रः काव्ये॑न स॒त्यं जा॒तेना॑स्मि जा॒तवे॑दाः । न मे॑ दा॒सो नार्यो॑ महि॒त्वा व्र॒तं मी॑माय॒ यद॒हं ध॑रि॒ष्ये
ข้าเป็นความจริง และลึกซึ้งด้วยศิลป์กวี (kāvya); ข้าเป็นชาตเวทัส (Jātavedas) อย่างแท้จริงด้วยการเกิด. ทั้งทาสะ (Dāsa) และอารยะ (Ārya) มิได้วัดกำหนดด้วยความยิ่งใหญ่ของตนถึงวรตะ (vrata) ที่ข้าจะทรงไว้; ข้าจักรักษาวรตะนั้น.
Mantra 4
न त्वद॒न्यः क॒वित॑रो॒ न मे॒धया॒ धीर॑तरो वरुण स्वधावन्। त्वं ता विश्वा॒ भुव॑नानि वेत्थ॒ स चि॒न्नु त्वज्जनो॑ मा॒यी बि॑भाय
นอกจากท่านแล้ว ไม่มีผู้ใดเป็นฤๅษีผู้หยั่งรู้ (kavi) ยิ่งกว่า และไม่มีผู้ใดมั่นคงด้วยปัญญายิ่งกว่า โอ วรุณะ (Varuṇa) ผู้มีพลังโดยกำเนิด. ท่านรู้ทั่วทุกโลกเหล่านี้; แม้คนของท่านเอง ผู้กระทำมายา (māyī) ก็ยังหวาดกลัว.
Mantra 5
त्वं ह्य॑१ङ्ग व॑रुण स्वधाव॒न् विश्वा॒ वेत्थ॒ जनि॑म सुप्रणीते । किं रज॑स ए॒ना प॒रो अ॒न्यद॑स्त्ये॒ना किं परे॒णाव॑रममुर
เพราะแท้จริงท่านเอง—ข้าพเจ้าขอวิงวอน—โอ วรุณะ (Varuṇa) ผู้มีพลังโดยกำเนิด ผู้ทรงนำทางอย่างดี ทรงรู้การเกิดทั้งปวง (janman). นอกเขตแดนนี้ (rajas) ยังมีสิ่งอื่นใดอีกหรือ? และด้วยสิ่งนี้เอง เบื้องล่างที่เลยพ้นฟากโน้นไปคืออะไร?
Mantra 6
एकं॒ रज॑स ए॒ना प॒रो अ॒न्यद॑स्त्ये॒ना प॒र एके॑न दु॒र्णशं॑ चिद॒र्वाक्। तत् ते॑ वि॒द्वान् वरु॑ण॒ प्र ब्र॑वीम्य॒धोव॑चसः प॒णयो॑ भवन्तु नी॒चैर्दा॒सा उप॑ सर्पन्तु॒ भूमि॑म्
มีแดนหนึ่ง; ด้วยสิ่งนี้จึงมีแดนอื่นอยู่เลยไป; และด้วยอีกสิ่งหนึ่งจึงมีแดนที่เลยไปอีก—แม้อยู่ฟากนี้ก็เข้าถึงได้ยาก. ข้าผู้รู้สิ่งนั้นขอกล่าวต่อท่าน โอ วรุณะ (Varuṇa): ขอให้พณิ (Paṇi) มีวาจาต่ำลง; ขอให้ทาสะ (Dāsa) ต่ำต้อยคลานเข้าหาพื้นดิน.
Mantra 7
त्वं ह्य१ङ्ग व॑रुण॒ ब्रवी॑षि॒ पुन॑र्मघेष्वव॒द्यानि॒ भूरि॑ । मो षु प॒णींर॒भ्ये॒३ताव॑तो भू॒न्मा त्वा॑ वोचन्नरा॒धसं॒ जना॑सः
เพราะแท้จริงท่าน โอ วรุณะ (ข้าขอวิงวอน) ท่านกล่าวย้ำถึงความบกพร่องมากมายท่ามกลางการให้ทานทั้งหลาย. อย่ากดดันพณิ (Paṇi) ให้เกินกว่านี้; เกรงว่าผู้คนจะเรียกท่านว่า “ผู้ให้ไม่สำเร็จ”.
Mantra 8
मा मा॑ वोचन्नरा॒धसं॒ जना॑सः॒ पुन॑स्ते॒ पृश्निं॑ जरितर्ददामि । स्तो॒त्रं मे॒ विश्व॒मा या॑हि॒ शची॑भिर॒न्तर्विश्वा॑सु॒ मानु॑षीषु दि॒क्षु
ขออย่าให้ผู้คนกล่าวท่านว่า “ผู้ไม่ให้ทาน” เลย ขออย่าให้กล่าวเลย. โอผู้ขับสรรเสริญ ข้าขอมอบโคตัวเมียลายด่างแก่ท่านอีกครั้ง. จงมาด้วยฤทธิ์เดชของท่าน (śacī) สู่บทสรรเสริญทั้งมวลของข้า; จงแทรกอยู่ภายในทิศทั้งปวงที่มนุษย์อาศัย.
Mantra 9
आ ते॑ स्तोत्राण्युद्य॑तानि यन्त्व॒न्तर्विश्वा॑सु॒ मानु॑षीषु दि॒क्षु। दे॒हि नु मे॒ यन्मे॒ अद॑त्तो॒ असि॒ युज्यो॑ मे स॒प्तप॑दः॒ सखा॑सि
ขอให้บทสรรเสริญของท่านที่ยกขึ้นสูงแล้ว จงมาสู่ที่นี่—แทรกอยู่ในทุกทิศที่มนุษย์ทั้งหลายในโลกสถิตอยู่. บัดนี้ขอท่านจงประทานแก่ข้าพเจ้า สิ่งที่ท่านได้ประทานแก่ข้าพเจ้าแล้วนั้น: ท่านเป็นผู้ร่วมผูกพันที่เหมาะสมกับข้าพเจ้า เป็นสหายผู้ก้าวร่วมกันเจ็ดก้าว.
Mantra 10
स॒मा नौ॒ बन्धु॑र्वरुण स॒मा जा वेदा॒हं तद् यन्ना॑वे॒षा स॒मा जा। ददा॑मि॒ तद् यत् ते अद॑त्तो॒ अस्मि॒ युज्य॑स्ते स॒प्तप॑दः॒ सखा॑स्मि
โอ้ วรุณะ สายสัมพันธ์ของเราย่อมเสมอกัน วงศ์ญาติของเราย่อมเสมอกัน; ท่านย่อมรู้สิ่งที่ข้าพเจ้าไม่ได้ล่วงละเมิด—วงศ์ญาติของเราย่อมเสมอกัน. ข้าพเจ้ามอบคืนสิ่งที่เป็นของท่าน เพราะข้าพเจ้าเป็นผู้ที่ถูกมอบแก่ท่าน; ข้าพเจ้าเชื่อมประสานกับท่านอย่างเหมาะสม เป็นสหายผู้ก้าวร่วมกันเจ็ดก้าว.
Mantra 11
दे॒वो दे॒वाय॑ गृण॒ते व॑यो॒धा विप्रो॒ विप्रा॑य स्तुव॒ते सु॑मे॒धाः । अजी॑जनो॒ हि व॑रुण स्वधाव॒न्नथ॑र्वाणं पि॒तरं॑ दे॒वब॑न्धुम्। तस्मा॑ उ॒ राधः॑ कृणुहि सुप्रश॒स्तं सखा॑ नो असि पर॒मं च॒ बन्धुः॑
เทพผู้ประทานชีวิตย่อมสดับต่อเทพ—ต่อพราหมณ์ผู้มีญาณที่ขับสรรเสริญ ต่อผู้มีปัญญาที่กล่าวสรรเสริญ. เพราะท่าน โอ้ วรุณะ ด้วยฤทธิ์เดชของท่านเอง ได้ให้กำเนิดอถรรวัน (Atharvan) ผู้เป็นบิดา ผู้เป็นญาติของเหล่าเทพ. เพราะฉะนั้นขอจงกระทำทานอันเลื่องชื่อเพื่อเขาเถิด: ท่านเป็นสหายของเรา และเป็นสายสัมพันธ์สูงสุดของเรา.
It is used to secure sampat—successful completion and beneficial outcome of a rite—along with bounty (rādhas), vitality (vayas), and stable divine favor from Varuṇa.
Pṛśnī symbolizes the dakṣiṇā (ritual fee/gift). The hymn teaches that prosperity and reputation are stabilized when praise is matched by a proper, renewed gift.
It is a request that people not call the patron/deity ‘non-bestowing’—i.e., that the rite not fail socially or materially. The verse reinforces generosity and ensures the outcome is publicly recognized as successful.
Answers come straight from the texts, with the shlokas they draw on. Ask in your own words.
A free sign-in with Google or Apple keeps your chat saved across web and the app.
Read Atharva Veda in the Vedapath app
Scan the QR code to open this directly in the app, with word-by-word meanings, Sanskrit recitation where available, and more.