
ในอัธยายะนี้ อีศวรตรัสกับมหาเทวีให้หันความสนใจไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญ คือ อาศรมอันยิ่งใหญ่ของวิทุระ สถานที่นี้ได้รับการสรรเสริญว่าเป็นทีรถะอันบริสุทธิ์ ที่ซึ่งวิทุระผู้เป็นดุจรูปแห่งธรรม (ธรรมนิรมิต) ได้บำเพ็ญตบะอย่างเข้มข้นในลักษณะ ‘เราเทระ’ อันดุดัน ความศักดิ์สิทธิ์ของเขตระนี้ผูกโยงกับกิจแห่งไศวะอันเป็นรากฐาน คือการประดิษฐานลิงคะของมหาเทวะนามว่า ‘ตรีภูวเนศวร’ เสมือนการปรากฏแห่งอำนาจอธิปไตยของพระศิวะเหนือสามโลกในท้องถิ่นนั้น กล่าวว่าเพียงได้ดรศนะลิงคะนี้ ผู้ศรัทธาย่อมได้สมปรารถนาและบาปย่อมสงบระงับ สถานที่นี้เรียกว่า ‘วิทุราฏฏาลกะ’ มีคณะคณะ (คณะของพระศิวะ) และคันธรรพคอยแวดล้อม เป็นหมู่สถานศักดิ์สิทธิ์แบบ ‘ทวาทศสถานกะ’ สิบสองจุด ซึ่งเข้าถึงได้ยากหากไร้บุญใหญ่ อีกทั้งมีลักษณะพิเศษคือฝนไม่ตก เป็นเครื่องหมายแห่งความอัศจรรย์ของเขตระ ท้ายที่สุดย้ำว่า การได้เห็นลิงคะอันเป็นทิพย์ ณ ที่นั้น เป็นเหตุให้บาปสงบและคลายสิ้นไป
Verse 1
ईश्वर उवाच । ततो गच्छेन्महादेवि विदुरस्याश्रमं महत् । यत्राकरोत्तपो रौद्रं विदुरो धर्म मूर्त्तिमान्
พระอีศวรตรัสว่า “แล้วแต่บัดนั้น โอ้มหาเทวี พึงไปยังอาศรมอันยิ่งใหญ่ของวิทุระ ณ ที่ซึ่งวิทุระผู้เป็นรูปแห่งธรรมะได้บำเพ็ญตบะอันดุเดือด”
Verse 2
प्रतिष्ठाप्य महादेवं लिंगं त्रिभुवनेश्वरम् । तं दृष्ट्वा मानवो देवि सर्वान्कामानवाप्नुयात्
เมื่อได้อัญเชิญและประดิษฐานลึงค์ของมหาเทวะ ผู้เป็นเจ้าแห่งสามโลกไว้ ณ ที่นั้นแล้ว โอ้เทวี เพียงได้เห็นก็ทำให้มนุษย์บรรลุความปรารถนาทั้งปวง
Verse 3
विदुराट्टालकं नाम गणगंधर्वसेवितम् । द्वादशस्थानकं स्थानं नाल्पपुण्येन लभ्यते
สถานที่นั้นมีนามว่า “วิทุราฏฏาลกะ” อันหมู่คณะของพระศิวะและเหล่าคันธรรพ์คอยบูชา เป็นสถานศักดิ์สิทธิ์แบบ “สิบสองสถาน” มิอาจได้มาด้วยบุญน้อย
Verse 4
नावर्षणं भवेत्तत्र कदाचिदपि पार्वति । लिंगानि तत्र दिव्यानि पश्येत्पापोपशांतये
โอ้ปารวตี ที่นั่นไม่เคยมีความแห้งแล้งเลย เพื่อให้บาปสงบระงับ พึงไปเฝ้าชมลึงค์อันเป็นทิพย์ ณ สถานนั้น
Verse 269
इति श्रीस्कांदे महापुराण एकाशीतिसाहस्र्यां संहितायां सप्तमे प्रभासखण्डे प्रथमे प्रभासक्षेत्रमाहात्म्ये विदुराश्रम माहात्म्यवर्णनंनामैकोनसप्तत्युत्तरद्विशततमोऽध्यायः
ดังนี้จบอธยายที่ ๒๖๙ ชื่อว่า “พรรณนามหิมาแห่งอาศรมของวิทุระ” ในประภาสขันฑะ ตอนประภาสเกษตรมหาตมยะ แห่งศรีสกันทมหาปุราณะ (คัมภีร์แปดหมื่นหนึ่งพันโศลก)