
บทนี้เป็นคำสอนเชิงเทววิทยาและพิธีกรรมอย่างย่อที่อีศวรตรัสไว้ ให้ผู้ศรัทธาไปทำทัศนะ (darśana) แด่วิฆเนศ ณ สถานที่เดียวกันซึ่งเรียกว่า ‘ชลวาส’ (ผู้สถิตในน้ำ) โดยย้ำว่าทัศนะนี้มีอานุภาพทำลายอุปสรรคและเกื้อหนุนความสำเร็จในกิจการทั้งปวง ยังกล่าวเหตุปฐมว่า วรุณได้บูชาพระองค์ด้วยศรัทธาโดยใช้เครื่องสักการะที่เกิดจากน้ำ (jalaja) เพื่อให้ตบะ (tapas) ดำเนินไปโดยปราศจากอุปสรรค ในวันจตุรถีให้ทำตัรปณะ (tarpaṇa) แล้วบูชาด้วยของหอม ดอกไม้ และโมทกะ (modaka); และสอนว่าการถวายตามศรัทธาและกำลังที่มี ย่อมทำให้คณาธิปะพอพระทัย
Verse 1
ईश्वर उवाच । तत्रैव संस्थितं पश्येद्विघ्नेशं जलवाससम् । सर्वविघ्नविनाशाय सर्वकार्यप्रसिद्धये
อีศวรตรัสว่า ณ ที่นั้นเองพึงไปเฝ้าดูพระวิฆเนศผู้เป็นที่รู้จักนามว่า “ชลวาส” เพื่อให้สิ่งกีดขวางทั้งปวงพินาศ และให้กิจการทุกอย่างสำเร็จสมดังหมาย
Verse 2
वरुणेन महादेवि तपोनिर्विघ्नहेतवे । पूजितो जलजैर्भक्त्या जलवासास्ततः स्मृतः
ข้าแต่มหาเทวี เพื่อให้ตบะดำเนินโดยปราศจากอุปสรรค พระวรุณะได้บูชาท่านด้วยศรัทธา โดยเครื่องสักการะอันเกิดจากน้ำ; เพราะเหตุนั้นจึงทรงเป็นที่ระลึกนามว่า “ชลวาสะ”
Verse 3
चतुर्थ्यां तर्पयेद्भक्त्या गन्धैः पुष्पैः स मोदकैः । यथाभक्त्यनुसारेण तस्य तुष्येद्गणाधिपः
ในวันจตุรถี พึงบำเรอให้ท่านพอพระทัยด้วยศรัทธา ด้วยเครื่องหอม ดอกไม้ และโมทกะ; ตามกำลังแห่งศรัทธา พระผู้เป็นจอมแห่งคณะคณา (คณาธิปติ) ย่อมทรงโปรดปราน
Verse 72
इति श्रीस्कांदे महापुराण एकाशीतिसाहस्र्यां संहितायां सप्तमे प्रभासखंडे प्रथमे प्रभासक्षेत्रमाहात्म्ये जलवासगणपतिमाहात्म्यवर्णनंनाम द्विसप्ततितमोऽध्यायः
ดังนี้ ในศรีสกันทมหาปุราณะ สังหิตาอันมีแปดหมื่นหนึ่งพันโศลก ในภาคที่เจ็ดคือประภาสขันฑะ ภายในประภาสเกษตรมหาตมยะตอนแรก จบบทที่เจ็ดสิบสอง ชื่อว่า “พรรณนามหิมาแห่งชลวาสคณปติ”