
บทนี้จัดวางเป็นคำสอนของพระอีศวรแก่พระมหาเทวี ให้ผู้แสวงบุญเดินทางต่อไปยังตีรถะชื่อ ‘นารายณะ’ พร้อมระบุที่ตั้งอย่างชัดเจนว่า ในทิศอีศาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) ของตีรถะนั้น มีวาปี/สระขั้นบันไดชื่อ ‘ศาณฑิลยา’ ลำดับพิธีกรรมกล่าวว่า ให้สรงน้ำตามวิธี (วิธิ) ณ ที่นั้น แล้วบูชาฤๅษีศาณฑิลยะ ในวันฤๅษิ-ปัญจมี สำหรับสตรีผู้ถือพรตต่อสามี (ปติวรตา) การประพฤติตามข้อกำหนดเรื่องสัมผัส–ไม่สัมผัส ระบุว่าสามารถขจัดความหวาดหวั่นต่อรโชโทษะ (ความไม่บริสุทธิ์ตามพิธีเกี่ยวกับระดู) ได้อย่างแน่นอน ตอนท้ายยืนยันว่าเป็นบท “นารายณะ-ตีรถะ-มหาตมยะ” ในสกันทปุราณะ หมวดประภาสะขันฑะ
Verse 1
ईश्वर उवाच । ततो गच्छेन्महादेवि तीर्थं नारायणाभिधम् । तस्यैवेशानदिग्भागे वापी शांडिल्यकीर्तिता
พระอีศวรตรัสว่า “แล้วแต่จากนั้น โอ้มหาเทวี พึงไปยังทิรถะศักดิ์สิทธิ์ชื่อ นารายณะ-ตีรถะ และในส่วนทิศอีศาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) ของที่นั้น มีบ่อขั้นบันได (วาปี) อันเลื่องชื่อว่า ศาณฑิลยา”
Verse 2
स्नात्वा तत्रैव विधिवच्छांडिल्यं यः प्रपूजयेत् । ऋषिपंचम्यां विधिना नारी चैव पतिव्रता । स्पृष्ट्वास्पृष्ट्वा विमुच्येत रजोदोषभयाद्ध्रुवम्
ครั้นอาบน้ำ ณ ที่นั้นตามพิธีแล้ว ผู้ใดบูชาศาณฑิลยะโดยชอบ—ในวันฤๅษิปัญจมี สตรีผู้เป็นภรรยาผู้ซื่อสัตย์ (ปติวรตา) กระทำพิธีตามแบบแผน แล้วแตะต้องและชำระล้างซ้ำแล้วซ้ำเล่า ย่อมพ้นจากความหวาดกลัวมลทินอันเกี่ยวกับรโชโทษ (มลทินประจำเดือน) อย่างแน่นอน
Verse 358
इति श्रीस्कांदे महापुराण एकाशीतिसाहस्र्यां संहितायां सप्तमे प्रभासखण्डे प्रथमे प्रभासक्षेत्रमाहात्म्ये नारायणतीर्थमाहात्म्यवर्णनंनामा ष्टापंचाशदुत्तरत्रिशततमोऽध्यायः
ดังนี้จบลงเป็นอันสิ้นสุด บทที่ ๓๕๙ อันมีนามว่า “พรรณนามหิมาแห่งนารายณะ-ตีรถะ” ในประภาสขันฑะ ภายในประภาสเกษตรมหาตมยะ แห่งศรีสกันทมหาปุราณะ ในสังหิตาที่มีแปดหมื่นหนึ่งพันคาถา