
บทนี้เป็นคำสอนสั้น ๆ ทั้งด้านเทววิทยาและภูมิศาสตร์ โดยพระอีศวรตรัสกับพระเทวีให้หันไปพิจารณาศิวลึงค์ศักดิ์สิทธิ์ชื่อ ‘ฉายาลึงค์’ (Chāyā-liṅga) และระบุตำแหน่งอย่างชัดเจนว่าอยู่ทางทิศเหนือของทีรถะนยังกุมตี (Nyanku(m)atī) ทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ผูกโยงกับภูมิประเทศที่ระบุได้ จากนั้นกล่าวยืนยันถึงอานุภาพอันอัศจรรย์และผลอันยิ่งใหญ่ของการได้ดรรศนะฉายาลึงค์ ผู้มีศรัทธาได้เห็นย่อมได้รับความบริสุทธิ์จากบาป แต่ผู้มีบาปหนักยิ่งกลับไม่อาจเห็นได้ แสดงว่าการดรรศนะเป็นทั้งพิธีกรรมและคุณสมบัติทางศีลธรรม-จิตวิญญาณ ตอนท้ายมีโคโลฟอนบอกตำแหน่งในสกันทปุราณะ ภาคปรภาสะ (Prabhāsa Khaṇḍa) ลำดับปรภาสกษेत्र-มหาตมยะ ว่าเป็นบทพรรณนามหาตมยะของฉายาลึงค์
Verse 1
ईश्वर उवाच । ततो गच्छेन्महादेवि च्छायालिंगमिति स्मृतम् । उत्तरे न्यंकुमत्याश्च बह्वाश्चर्यं महत्फलम्
อีศวรตรัสว่า: ต่อจากนั้น โอ้มหาเทวี พึงไปยังสถานที่ที่เรียกว่า “ฉายาลิงคะ” ซึ่งอยู่ทางเหนือของนยังคุมตี น่าอัศจรรย์ยิ่ง และให้ผลบุญอันใหญ่หลวง
Verse 2
तं दृष्ट्वा मानवो देवि मुच्यते पंचपातकैः । सार्द्धद्वादशहस्तं तु योजनत्रितयेन तु । न पश्यंति महादेवि पापिष्ठा ये तु मानवाः
โอ้เทวี ผู้ใดได้เห็นสิ่งนั้นย่อมพ้นจากมหาบาปทั้งห้า แต่โอ้มหาเทวี มนุษย์ผู้บาปหนายิ่งกลับไม่อาจเห็นได้ ทั้งที่มันสูงยาวราวสิบสองครึ่งหัตถ์ และมองเห็นได้ภายในระยะสามโยชน์
Verse 263
इति श्रीस्कांदे महापुराण एकाशीतिसाहस्र्यां संहितायां सप्तमे प्रभासखंडे प्रथमे प्रभासक्षेत्रमाहात्म्ये छायालिंग माहात्म्यवर्णनंनाम त्रिषष्ट्युत्तरद्विशततमोऽध्यायः
ดังนี้ ในศรีสกันทมหาปุราณะ สังหิตาที่มีแปดหมื่นหนึ่งพันโศลก ในภาคที่เจ็ด “ประภาสขันฑะ” ภายใน “ประภาสเกษตรมหาตมยะ” ตอนต้น บทชื่อว่า “พรรณนามหิมาแห่งฉายาลิงคะ” คือบทที่ ๒๖๓ จึงสิ้นสุดลง