
อัธยายะนี้เป็นถ้อยแถลงทางเทววิทยาที่ซ้อนชั้น เมื่ออุทธวะกล่าวสั่งสอนพระปรีกษิตและหมู่ภักตะผู้ตั้งมั่นในกฤษณะกีรตนะ เริ่มด้วยการยืนยันคุณสมบัติแห่งภักติ และยกวรชะเป็นแดนอันประเสริฐที่ลีลากฤษณะส่องสว่างทั้งในรสะแห่งความงามและในความลึกซึ้งทางอภิปรัชญา ต่อมาชี้ปัญหาหลักว่าเพราะโยคมายา สรรพชีวิตย่อมหลงลืมอาตมญาณ; หากปราศจากแสงสว่างจากพระกฤษณะก็ไม่อาจเข้าถึงความรู้แจ้งแท้จริงได้ แม้การเปิดเผยพระองค์จะเกิดเป็นคราว ๆ ตามวัฏจักรจักรวาล แต่ในกาลปัจจุบันเข้าถึงได้ผ่านศรีมทภาควตะ ถึงขั้นกล่าวว่าเพียงครึ่งบทก็พอชี้ถึงสันนิธิของพระกฤษณะ และการศึกษา-สดับ-สาธยายอย่างต่อเนื่องก่อประโยชน์ทั้งส่วนตนและส่วนรวม จากนั้นมีเรื่องกำเนิดแทรกผ่านพระพฤหัสปติว่า พระกฤษณะทรงรับบทเป็นปุรุษดั้งเดิม มอบหน้าที่จักรวาลแก่พรหมา วิษณุ และรุทรตามคุณะ—การสร้าง การธำรง และการสลาย ทั้งสามทูลขอความสามารถในหน้าที่ของตน จึงได้รับภาควตะเป็นเครื่องมือให้สำเร็จภารกิจและก้าวพ้นข้อจำกัด โดยเฉพาะประเด็นความไม่อาจทำ ‘มหาปรลัย’ อย่างที่สุดของรุทร ตอนท้ายอุทธวะกล่าวถึงการรับวินัยไวษณพและภารกิจส่งสารภาควตะแก่ผู้ทุกข์จากความพลัดพราก พร้อมวางแผนให้พระปรีกษิตปราบกาลีด้วยดิควิชัย ขณะที่อุทธวะเผยแผ่การสาธยายภาควตะ ปิดด้วยผลश्रุติรับรองการบรรลุพระภควานและความดับทุกข์แก่ผู้ฟังหรือผู้ประกาศเรื่องนี้
No shlokas available for this adhyaya yet.