
अलम्बुस-वधः (The Neutralization of Alambusa)
Upa-parva: Ghaṭotkaca–Alambusa Māyā-yuddha (Strategic Engagement Episode)
Saṃjaya reports a retaliatory engagement in which Alambusa confronts Haiḍimba (Ghaṭotkaca) with sharp volleys, leading to a fearsome rākṣasa duel characterized by repeated māyā deployments. Ghaṭotkaca answers each displayed illusion with a counter-illusion, while Pāṇḍava leaders—angered by Alambusa’s resilience—advance in coordinated formation, enclosing and showering him with arrows. Alambusa briefly breaks the encirclement through astramāyā and strikes multiple Pāṇḍava figures, prompting concentrated return fire by Bhīma, Yudhiṣṭhira, Nakula, Sahadeva, and the Draupadeyas alongside Ghaṭotkaca. Under cumulative pressure, Alambusa is physically overpowered: Ghaṭotkaca lifts and repeatedly smashes him to the ground, likened to shattering a full pot on stone. The Pāṇḍavas exult and signal triumph, while Kaurava forces react with alarm at the fall of a formidable ally; the soundscape of conches, bowstrings, and cries is emphasized as a narrative marker of shifting momentum.
Chapter Arc: प्रातःकाल धर्मराज युधिष्ठिर स्नान-नित्यकर्म से निवृत्त होकर दान-विधान करते हैं, वस्त्राभूषण धारण कर सिंहासन पर आरूढ़ होते हैं; राजसभा में मंगल-गान, ताली-स्वर, नर्तक-गायक और कुरुवंश-स्तुति का मधुर कोलाहल उठता है। → युधिष्ठिर सत्पुरुषों के मार्ग का अनुसरण करते हुए जप (गायत्री) और अग्निशरण में विनीत भाव से प्रविष्ट होते हैं; सहस्रों जितेन्द्रिय, वेदव्रत-स्नात ब्राह्मणों का आगमन, स्वस्तिक-वर्धमान-नन्द्यावर्त, माल्य, जलकुम्भ और ज्वलित हुताशन जैसे शुभ-चिह्नों के साथ राजकीय अनुष्ठान का विस्तार होता है। बाहर रथों की नेमिघोष, अश्वों के खुरघोष और स्यन्दनों का महान् शब्द युद्ध-काल की पृष्ठभूमि में एक नई गति का संकेत देता है। → युधिष्ठिर ब्राह्मणों से स्वस्तिवाचन कराते हैं और प्रत्येक को सुवर्ण निष्क दान देते हैं—धर्म-राज्य की प्रतिष्ठा और संकट-काल में भी मर्यादा-पालन का चरम क्षण। उसी समय द्वारपाल के द्वारा केशव (कृष्ण) के आगमन का निवेदन होता है, जिससे सभा का ध्यान अनुष्ठान से नीति-निर्णय की ओर मुड़ जाता है। → धर्मराज द्वारपाल को आदेश देते हैं कि माधव का सत्कारपूर्वक स्वागत किया जाए और उन्हें अर्घ्य तथा परम उत्तम आसन प्रदान किया जाए—अतिथि-धर्म और राजधर्म का संयोजन। → कृष्ण के आगमन के साथ यह संकेत बनता है कि अब युद्ध-नीति, धृतराष्ट्र-पुत्रों के विरुद्ध उपाय, या द्रोण-वध/रणनीति पर निर्णायक परामर्श होने वाला है।
Verse 1
: द्रयशीतितमो< ध्याय: युधिष्ठटिरका प्रात:काल उठकर स्नान और नित्यकर्म आदिसे निवत्त हो ब्राह्मणोंको दान देना
สัญชัยกล่าวว่า—ข้าแต่พระราชา ขณะที่พระกฤษณะกับดารุกสนทนากันดังนี้ ราตรีกาลก็ล่วงไป ครั้นแล้วอีกฟากหนึ่ง พระเจ้ายุธิษฐิระก็ทรงตื่นบรรทม
Verse 2
पठन्ति पाणिस्वनिका मागधा मधुपर्किका: । वैतालिकाश्न सूताश्न तुष्टवुः पुरुषर्षभम्
สัญชัยกล่าวว่า—เหล่าผู้ขับร้องที่กำกับจังหวะด้วยการปรบมือ พร้อมด้วยพวกมาคธ ผู้ถือเครื่องมงคลอย่างมธุปารกะ พวกไวตาลิกะ และพวกสูต ต่างเริ่มสรรเสริญ “โคอุสภะแห่งหมู่มนุษย์” คือพระเจ้ายุธิษฐิระ
Verse 3
नर्तकाश्चाप्यनृत्यन्त जगुर्गीतानि गायका: । कुरुवंशस्तवार्थानि मधुरं रक्तकण्ठिन:,नर्तक नाचने और रागयुक्त कण्ठवाले गायक कुरुकुलकी स्तुतिसे युक्त मधुर गीत गाने लगे
สัญชัยกล่าวว่า—เหล่านักฟ้อนก็เริ่มร่ายรำ และนักขับร้องผู้มีเสียงกังวานอาบด้วยทำนอง ต่างขับบทเพลงอันไพเราะซึ่งสรรเสริญวงศ์กุรุ และยกย่องพระองค์ (ธฤตราษฏระ) ด้วย
Verse 4
मृदज्भा झर्झरा भेरय: पणवानकगोमुखा: । आडब्बराश्न शड्खाश्न दुन्दुभ्यश्ष महास्वना:
สัญชัยกล่าวว่า—โอ้ภารตะ เหล่านักดนตรีผู้ชำนาญและฝึกฝนดี ต่างเปี่ยมด้วยความยินดี บรรเลงมฤทังคะ ฉิ่งฌัรฌรา กลองเภรี กลองปณวะและอานกะ แตรโคมุขะ เครื่องอาฑัมพะ สังข์ และกลองดุนทุภีเสียงกึกก้อง ตลอดจนเครื่องดนตรีอื่น ๆ อีกมาก
Verse 5
एवमेतानि सर्वाणि तथान्यान्यपि भारत । वादयन्ति सुसंहृष्टा: कुशला: साधुशिक्षिता:
สัญชัยกล่าวว่า—“ดูก่อนภารตะ! ดังนี้แล เครื่องดนตรีทั้งปวงนั้น และอื่น ๆ อีกมาก ก็ถูกบรรเลงขึ้น เหล่านักบรรเลงผู้ชำนาญ ได้รับการฝึกฝนอย่างดี ต่างเปี่ยมด้วยความยินดี บรรเลงให้กึกก้อง เติมเต็มท้องทุ่งด้วยเสียงครึกครื้นแห่งศึกสงคราม”
Verse 6
समेघसमनिर्घोषो महान् शब्दो5स्पृशद् दिवम् । पार्थिवप्रवरं सुप्तं युधिष्ठिरमबोधयत्
สัญชัยกล่าวว่า—เสียงอันยิ่งใหญ่ ก้องลึกดุจคำรามแห่งเมฆฝน แผ่ขึ้นสูงประหนึ่งแตะต้องท้องฟ้า เสียงกัมปนาทนั้นเองปลุกยุธิษฐิระ ผู้เป็นยอดแห่งกษัตริย์ ซึ่งกำลังบรรทมอยู่ ให้ตื่นขึ้น
Verse 7
प्रतिबुद्ध: सुखं सुप्तो महाहें शयनोत्तमे । उत्थायावश्यकार्यार्थ ययौ स्नानगृहं नृूप:,बहुमूल्य एवं उत्तम शय्यापर सुखपूर्वक सोकर जगे हुए राजा युधिष्ठिर वहाँसे उठकर आवश्यक कार्यके लिये स्नान करने गये
สัญชัยกล่าวว่า—ครั้นตื่นจากการบรรทมอย่างสบายบนแท่นบรรทมอันประเสริฐและล้ำค่า พระราชาก็ลุกขึ้น แล้วเสด็จไปยังห้องสรง เพื่อกระทำกิจอันจำเป็น
Verse 8
ततः शुक्लाम्बरा: स्नातास्तरुणा: शतमष्ट च | स््नापका: काउ्चनै: कुम्भै: पूर्ण: समुपतस्थिरे
สัญชัยกล่าวว่า—แล้วบรรดาคนหนุ่มผู้รับใช้หนึ่งร้อยแปดคน ครั้นสรงแล้วนุ่งห่มผ้าขาว ต่างถือหม้อน้ำทองคำที่เต็มเปี่ยมด้วยน้ำ เข้ามายืนพร้อมเพื่อประกอบพิธีสรง
Verse 9
भद्रासने सूपविष्ट: परिधायाम्बरं लघु । सस्नौ चन्दनसंयुक्तै: पानीयैरभिमन्त्रितै:,उस समय एक हलका वस्त्र पहनकर राजा युधिष्छिर भद्रासन (चौकी)-पर बैठ गये और चन्दनयुक्त मन्त्रपूत जलसे स्नान करने लगे
สัญชัยกล่าวว่า—ครั้นทรงนุ่งห่มผ้าเบา แล้วประทับนั่งอย่างสงบมั่นคงบนภัทราสนะ พระเจ้ายุธิษฐิระก็ทรงสรงด้วยน้ำที่เจือจันทน์ และผ่านการปลุกเสกด้วยมนต์อันศักดิ์สิทธิ์
Verse 10
उत्सादित: कषायेण बलवडद्धिः सुशिक्षितै: । आप्लुत: साधिवासेन जलेन स सुगन्धिना
สัญชัยกล่าวว่า—ก่อนอื่นบรรดาผู้รับใช้ผู้มีกำลังและได้รับการฝึกดี ได้ชโลมถูพระวรกายของเขาอย่างทั่วถึงด้วยน้ำยาต้มสมุนไพรและผงขัดชำระที่ปรุงจากโอสถนานาชนิด แล้วจึงอาบด้วยน้ำที่อบแช่ด้วยเครื่องหอมจนมีกลิ่นรื่น—เป็นการชำระกายอย่างประณีตและสมเกียรติท่ามกลางความกร้าวกราดแห่งสงคราม
Verse 11
राजहंसनिभं प्राप्य उष्णीषं शिथिलार्पितम् | जलक्षयनिमित्त॑ वै वेष्टयामास मूर्थनि,तत्पश्चात् राजहंसके समान सफेद ढीलीढाली पगड़ी लेकर माथेका जल सुखानेके लिये उसे मस्तकपर लपेट लिया
สัญชัยกล่าวว่า—เมื่อได้ผ้าโพกศีรษะสีขาวดุจหงส์หลวงซึ่งจัดไว้หลวม ๆ เขาก็พันรอบศีรษะเพื่อซับให้น้ำแห้ง แม้อยู่ท่ามกลางสงคราม การกระทำเรียบง่ายนี้ก็ช่วยคืนความสงบและความพร้อม
Verse 12
हरिणा चन्दनेनाड्रमुपलिप्य महाभुज: । स्रग्वी चाक्लिष्टवसन: प्राड्मुख: प्राउजलि: स्थित:
สัญชัยกล่าวว่า—มหาบาหุผู้นั้นชโลมพระวรกายทั่วด้วยจันทน์สีเหลืองที่ยังชุ่ม แล้วทรงสวมพวงมาลัยและฉลองพระองค์ใหม่อันสะอาดไร้มลทิน หันพระพักตร์สู่ทิศตะวันออก ประนมพระหัตถ์ตั้งมั่น—เป็นนิมิตแห่งความบริสุทธิ์ ความสำรวม และความแน่วแน่ในธรรมท่ามกลางแรงกดดันแห่งสงคราม
Verse 13
जजाप जप्यं कौन्तेय: सतां मार्गमनुछित: । तत्राग्निशरणं दीप्तं प्रविवेश विनीतवत्
สัญชัยกล่าวว่า—กุนตีบุตรยุดิษฐิระ ผู้ดำเนินตามทางของสัตบุรุษ ได้สวดมนต์ศักดิ์สิทธิ์อันควรแก่การภาวนา แล้วด้วยความนอบน้อมจึงเสด็จเข้าสู่อัคนิศาลาที่สว่างไสวด้วยเปลวไฟอันลุกโชน—ประพฤติตนดังผู้มีวินัยและตั้งมั่นในธรรม
Verse 14
समिद्धिः सपवित्राभिरग्निमाहुतिभिस्तथा । मन्त्रपूताभिररचिर त्वा निश्चक्राम गृहात् ततः
สัญชัยกล่าวว่า—ที่นั่นเขาใช้ฟืนพิธีพร้อมด้วยปวิตระ (หญ้ากุศะเพื่อความบริสุทธิ์) ก่ออัคนีให้ลุก แล้วถวายอาหุติที่ชำระด้วยมนต์ บูชาอัคนีเทพตามครรลอง ครั้นแล้วจึงออกจากเรือนอัคนิโหตร ภาพนี้ชี้ว่า แม้ภายใต้แรงกดดันแห่งสงคราม ก็ไม่ควรละทิ้งพิธีที่กำหนดและความบริสุทธิ์ภายใน
Verse 15
द्वितीयां पुरुषव्याप्र: कक्ष्यां निर्गम्य पार्थिव: । ततो वेदविदो वृद्धानपश्यद् ब्राह्मणर्षभान्,फिर शिविरकी दूसरी ड्योढ़ी पार करके पुरुषसिंह राजा युधिष्िरने वेदवेत्ता वृद्ध ब्राह्मण-शिरोमणियोंको देखा
สัญชัยกล่าวว่า—เมื่อก้าวพ้นเขตล้อมชั้นที่สองแล้ว พระราชาผู้เป็นดุจสิงห์ท่ามกลางมนุษย์ก็เสด็จออกสู่บริเวณถัดไป ที่นั่นพระองค์ทอดพระเนตรเห็นพราหมณ์ฤๅษีผู้ชรา ผู้เชี่ยวชาญพระเวท และเป็นผู้เลิศในหมู่ตน
Verse 16
दान्तान् वेदव्रतस्नातान् स्सनातानवभृथेषु च । सहस्रानुचरान् सौरान् सहस्र॑ चाष्ट चापरान्
สัญชัยกล่าวว่า—“พวกเขาล้วนสำรวมอินทรีย์ ชำนาญในวัตรแห่งการศึกษาพระเวท และบริสุทธิ์ด้วยการอาบน้ำอวภฤถะอันเป็นพิธีปิดท้ายยัญ พวกเขาเป็นผู้นมัสการพระสุริยเทพ มีจำนวนหนึ่งพันแปด และยังมีผู้ติดตามอีกหนึ่งพัน”
Verse 17
अक्षतै: सुमनोभिश्व वाचयित्वा महाभुज: । तान् द्विजान् मधुसर्पिरभभ्या फलै: श्रेष्ठे: सुमज्लै:
สัญชัยกล่าวว่า—ผู้มีพาหุอันเกรียงไกรได้ถวายอักษตะและดอกไม้หอมเพื่อบูชาพราหมณ์เหล่านั้น และให้ท่านทั้งหลายสวดถ้อยคำมงคล แล้วจึงน้อมถวายผลไม้ชั้นเลิศพร้อมน้ำผึ้งและเนยใส เพื่อบูชาเหล่าทวิชะโดยสมควรแก่ธรรม
Verse 18
अलंकृतं चाश्वशतं वासांसीश श्र दक्षिणा:
สัญชัยกล่าวว่า—โอรสแห่งปาณฑุได้พระราชทานม้าหนึ่งร้อยตัวที่ตกแต่งงดงาม ผ้าภูษาชั้นเลิศ และทักษิณาตามความประสงค์แก่พราหมณ์ทั้งหลาย
Verse 19
तथा गा: कपिला दोग्ध्री: सवत्सा: पाण्डुनन्दन: । हेमशुज्रा रौप्यखुरा दत्त्वा चक्रे प्रदक्षिणम्
สัญชัยกล่าวว่า—ในทำนองเดียวกัน โอรสแห่งปาณฑุได้ถวายโคกปิลาอันให้น้ำนมพร้อมลูกเป็นอันมาก ซึ่งเขาทองคำและกีบเงิน แล้วเมื่อถวายเสร็จจึงเวียนประทักษิณด้วยความเคารพ
Verse 20
स्वस्तिकान् वर्धमानांश्व नन्द्यावर्ताश्न काज्चनान् | माल्यं च जलकुम्भांश्व ज्वलितं च हुताशनम्
สัญชัยกล่าวว่า “ที่นั่นมีนิมิตมงคล—สวัสดิกะ เครื่องหมายวรรธมานะ และนัณฑยาวรรตทำด้วยทอง—พร้อมพวงมาลัย หม้อน้ำที่เต็มเปี่ยม และไฟบูชาศักดิ์สิทธิ์ที่ลุกโชติช่วง”
Verse 21
पूर्णान्यक्षतपात्राणि रुचकं रोचनास्तथा । स्वलंकृता: शुभा: कन्या दधिसर्पिर्मधूदकम्
ที่นั่นมีภาชนะเต็มด้วยเมล็ดข้าวไม่แตก (อักษตะ) สิ่งมงคลอย่างรุจกะและโคโรจนา และหญิงสาวผู้เป็นมงคลแต่งกายงดงาม ถือโยเกิร์ตใส (ดะหิ) เนยใส น้ำผึ้ง และน้ำ
Verse 22
मड़ल्यान् पक्षिणश्रैव यच्चान्यदपि पूजितम् | दृष्टवा स्पृष्टवा च कौन्तेयो बाह्यां कक्ष्यां ततो5गमत्
ครั้นได้เห็น—และได้แตะต้อง—นกมงคลและสิ่งของอันเป็นที่สักการะอื่น ๆ แล้ว กุนตีบุตรคือยุธิษฐิระจึงก้าวเข้าสู่ห้อง/ลานด้านนอก
Verse 23
ततस्तस्यां महाबाहोस्तिष्ठत: परिचारका: । सौवर्ण सर्वतोभद्रं मुक्तावैदूर्यमण्डितम्
ครั้นมหาพาหุยืนอยู่ ณ ที่นั้น เหล่ามหาดเล็กได้นำอาสนะทองคำชนิด ‘สรรวโตภัทร’ มาถวาย ประดับด้วยมุกดาและแก้วไวฑูรยะ
Verse 24
परार्घ्यास्तरणास्तीर्ण सोत्तरच्छदमृद्धिमत् । विश्वकर्मकृतं दिव्यमुपजहुर्वरासनम्
อาสนะนั้นปูด้วยเครื่องลาดอันล้ำค่า มีผ้าคลุมด้านบนครบถ้วน เป็นบัลลังก์อันเรืองรองและมั่งคั่ง ซึ่งวิศวกรรมันเป็นผู้สร้าง แล้วเขาทั้งหลายได้นำมาถวาย
Verse 25
तत्र तस्योपविष्टस्य भूषणानि महात्मन: । उपाजहुर्महाहणि प्रेष्या: शुभ्रीाणि सर्वश:,वहाँ बैठे हुए महात्मा राजा युधिष्ठिरको उनके सेवकोंने सब प्रकारके उज्ज्वल एवं बहुमूल्य आभूषण भेंट किये
ณ ที่นั้น ในวันมหาสงคราม เมื่อพระราชายุธิษฐิระผู้มีจิตอันยิ่งใหญ่นั่งประทับอยู่ เหล่ามหาดเล็กได้นำเครื่องประดับอันสว่างไสวและล้ำค่าทุกประการมาถวาย—ประหนึ่งยืนยันเกียรติแห่งราชธรรมให้ปรากฏภายนอก แม้อยู่ท่ามกลางภาระแห่งสงคราม।
Verse 26
मुक्ताभरणवेषस्य कौन्तेयस्य महात्मन: । रूपमासीन्महाराज द्विषतां शोकवर्धनम्,महाराज! मुक्तामय आभूषणोंसे विभूषित वेशवाले महात्मा कुन्तीनन्दनका स्वरूप उस समय शत्रुओंका शोक बढ़ा रहा था
ข้าแต่มหาราช! โฉมของโอรสแห่งกุนตีผู้มีจิตอันยิ่งใหญ่ ซึ่งทรงเครื่องและเครื่องประดับมุกนั้น ในกาลนั้นกลับยิ่งเพิ่มความโศกแก่เหล่าศัตรู
Verse 27
चामरैश्वन्द्ररश्म्या भै्हेमदण्डै: सुशो भनै: । दोधूयमानै: शुशुभे विद्युद्धिरिव तोयद:
มีฉัตรพัดหางจามรีจำนวนมาก งามสง่า ด้ามเป็นทอง ขาวดุจรัศมีจันทร์ ถูกโบกไหวอยู่เนืองๆ ด้วยสิ่งนั้น พระราชายุธิษฐิระจึงงามเด่นประหนึ่งเมฆที่ประดับด้วยสายฟ้า
Verse 28
संस्तूयमान: सूतैश्न वन्द्यमानश्न वन्दिभि: । उपगीयमानो गन्धर्वैरास्ते सम कुरुनन्दन:
ในกาลนั้น เหล่าสูตขับสรรเสริญ เหล่าวันทินถวายคำนอบน้อม และเหล่าคันธรรพขับร้องเกียรติยศของพระองค์ ท่ามกลางหมู่ชนเหล่านั้น กุรุนันทนะยุธิษฐิระประทับบนพระที่นั่งราชบัลลังก์
Verse 29
ततो मुहूर्तादासीत् तु स्यन्दनानां स्वनो महान् । नेमिघोषश्न रथिनां खुरघोषश्न वाजिनाम्
ครั้นแล้วไม่นานนัก ก็เกิดเสียงคำรามใหญ่จากรถศึกทั้งหลาย เสียงล้อรถของนักรบรถศึกและเสียงกีบม้ากระทบพื้นก็ดังก้องชัดเจน
Verse 30
ह्रादेन गजघण्टानां शड्खानां निनदेन च । नराणां पदशब्दैश्व॒ कम्पतीव सम मेदिनी,हाथियोंके घंटोंकी घनघनाहट, शंखोंकी ध्वनि तथा पैदल चलनेवाले मनुष्योंके पैरोंकी धमकसे यह पृथ्वी काँपती-सी जान पड़ती थी
ด้วยเสียงกังวานของกระดิ่งช้าง เสียงสังข์กึกก้อง และเสียงย่ำเท้าหนักของไพร่พลที่เคลื่อนทัพ แผ่นดินประหนึ่งสั่นสะท้าน—เป็นลางอัปมงคลแห่งกระแสสงครามอันมหึมาไม่หยุดยั้งและทุกข์เข็ญที่มันก่อกำเนิด
Verse 31
ततः शुद्धान्तमासाद्य जानुभ्यां भूतले स्थित: । शिरसा वन्दनीयं तमभिवाद्य जनेश्वरम्
ครั้นแล้วเขาเข้าไปถึงเขตฝ่ายในของพระราชวัง ก็คุกเข่าทั้งสองลงกับพื้น ก้มศีรษะถวายบังคมแด่พระมหากษัตริย์ผู้ควรสักการะ คือพระยุธิษฐิระ แล้วกราบทูลด้วยความเคารพต่อมหาบุรุษผู้ทรงธรรมว่า หฤษีเกศ (พระศรีกฤษณะ) กำลังเสด็จมา
Verse 32
कुण्डली बद्धनिस्त्रिंश: संनद्धकवचो युवा । अभिप्रणम्य शिरसा द्वा:स्थो धर्मात्मजाय वै
นายทวารบาลหนุ่มผู้สวมต่างหู คาดดาบ และสวมเกราะพร้อมสรรพ ก้มศีรษะนอบน้อมถวายบังคมต่อธรรมราช (พระยุธิษฐิระ)
Verse 33
सोअब्रवीत् पुरुषव्याप्र: स्वागतेनैव माधवम्
ครั้นแล้วผู้เป็นดุจพยัคฆ์ในหมู่มนุษย์ (พระยุธิษฐิระ) ได้กล่าวต้อนรับมาธวะตามธรรมเนียมอันสมควร
Verse 34
ततः प्रवेश्य वाष्णेयमुपवेश्य वरासने । पूजयामास विधिवद् धर्मराजो युधिष्िर:
จากนั้นธรรมราชพระยุธิษฐิระทรงเชิญวาษเณยะ (พระกฤษณะ) เข้าไปภายใน ประทับบนอาสนะอันประเสริฐ แล้วทรงบูชาต้อนรับโดยถูกต้องตามพิธี
Verse 81
इस प्रकार श्रीमहाभारत द्रोणपर्वके अन्तर्गत प्रतिज्ञापवरमें अर्जुनको पुनः पाशुपतासत्रकी प्राप्तिविषयक इक्यासीवाँ अध्याय पूरा हुआ
ดังนี้ ในศรีมหาภารตะ ตอนโทรณปัรวะ ภาคปฤติญญาปัรวะ บทที่แปดสิบเอ็ดซึ่งกล่าวถึงการที่อรชุนได้พาชุปตาศัสตรากลับคืนอีกครั้ง ก็สิ้นสุดลง
Verse 82
तब द्वारपालने भगवान् श्रीकृष्णको भीतर ले आकर एक श्रेष्ठ आसनपर बैठा दिया। तत्पश्चात् धर्मराज युधिष्ठिरने स्वयं ही विधिपूर्वक उनका पूजन किया ।।
แล้วนายทวารบาลได้นำพระผู้เป็นเจ้า ศรีกฤษณะ เข้าไปภายใน และถวายที่ประทับอันประเสริฐให้ประทับ จากนั้นธรรมราชยุธิษฐิระได้ประกอบการบูชาพระองค์ด้วยตนเองตามพิธีอันถูกต้อง
Verse 176
प्रादात् काज्चनमेकैकं निष्कं विप्राय पाण्डव: । तब महाबाहु पाण्बुपुत्र युधिष्ठिरने अक्षत-फ़ूल देकर उन ब्राह्मणोंसे स्वस्तिवाचन कराया और उनमेंसे प्रत्येक ब्राह्मणको मधु
แล้วพาณฑพ (ยุธิษฐิระ) ได้ถวายอักษตะและดอกไม้ให้พราหมณ์เหล่านั้นกล่าวถ้อยคำมงคล (สวัสติวาจนะ) และได้มอบเหรียญทองนิษกะคนละหนึ่ง พร้อมน้ำผึ้ง เนยใส และผลไม้มงคลอันประเสริฐแก่พราหมณ์แต่ละคน
Verse 323
न्यवेदयद्धूषीकेशमुपयान्तं महात्मने । इसी समय कानोंमें कुण्डल पहने
สัญชัยกล่าวว่า—ในขณะนั้น นายทวารบาลหนุ่มผู้สวมต่างหู คาดดาบไว้ที่เอว และสวมเกราะที่อก ได้เข้าไปยังประตูชั้นใน คุกเข่าทั้งสองลงกับพื้น แล้วก้มศีรษะถวายบังคมแด่มหาราชยุธิษฐิระผู้ควรแก่การสักการะ ครั้นถวายคำนับแล้ว จึงกราบทูลแก่ธรรมบุตรผู้มีจิตใหญ่ คือยุธิษฐิระ ว่าพระผู้เป็นเจ้า ศรีกฤษณะ (หฤษีเกศ) กำลังเสด็จมา
Verse 3336
अर्घ्य चैवासनं चास्मै दीयतां परमार्चितम् । तब पुरुषसिंह युधिष्ठिरने द्वारपालसे कहा--“तुम माधवको स्वागतपूर्वक ले आओ और उन्हें अर्घ्य तथा परम उत्तम आसन अर्पित करो”
“จงถวายอรฺฆยะและที่ประทับอันประเสริฐแด่พระองค์ ด้วยความเคารพสูงสุด” แล้วบุรุษสิงห์ยุธิษฐิระจึงสั่งทวารบาลว่า “เจ้าจงไปรับเสด็จมาธวะด้วยการต้อนรับอันสมควร แล้วถวายอรฺฆยะและที่ประทับอันยอดเยี่ยมแก่พระองค์”
The chapter juxtaposes individual-duel norms with the pragmatic shift to coalition encirclement when an opponent’s māyā-based resilience threatens broader force safety, raising the question of when collective necessity overrides single-combat ideals.
Capability alone is not decisive when opponents can adapt symmetrically; durable advantage emerges from coordination, tempo control, and converting a contested duel into a managed, collective solution.
No formal phalaśruti is stated here; the meta-commentary is implicit in Saṃjaya’s emphasis on sound, spectacle, and morale—signaling how narrative attention treats battlefield perception as consequential within the epic’s ethical-historical record.
Read Mahabharata in the Vedapath app
Scan the QR code to open this directly in the app, with audio, word-by-word meanings, and more.