
Chapter 353: कारकं (Kāraka — Syntactic Relations) with Vibhakti-Artha (Case-Meaning Integration)
หลังจากว่าด้วยรูปคำนปุงสกลิงค์ บทนี้เริ่มด้วยคำมั่นของสุกันทะว่าจะอธิบาย “การกะ” พร้อมความหมายของวิภักติ (วิภัตติ/การผันกรณี) โดยนิยาม “กฤตฤ” ว่าเป็นผู้กระทำที่เป็นอิสระ และแยกความต่างของความเป็นผู้ก่อให้ทำ (เชิงเหตุ). จัดจำแนกผู้กระทำ ๕ ประเภท และกรรม ๗ ประเภท พร้อมตัวอย่างเชิงศีลธรรมและนัยไวษณพ—นมัสการพระวิษณุพร้อมพระศรี, บูชาเพื่อความเป็นมงคลของพระหริ, และโมกษะด้วยการนมัสการพระวิษณุ. จากนั้นอธิบายการกะทีละอย่าง—กรณะ, สัมประทาน, อปาทาน, อธิกรณะ—และเชื่อมกับการใช้กรณี รวมทั้งโครงสร้างพิเศษ: คำกัมมประวจะนียะใช้กรรมการก (accusative), คำอุทานเช่น นมะห์/สวาหา ใช้ทัตติว (dative), และการใช้กรณีที่ ๓ กับที่ ๖ ในบริบท “อนภิหิต”. ยังกล่าวถึงข้อบกพร่องด้านสำนวน/ความหมาย (ไวษยิกะ, สามีปยกะ), การใช้โลเกทีฟตามจารีต, การใช้สัมพันธการก (genitive) และข้อห้ามสัมพันธการกกับรูปอนุพันธ์บางชนิด. ทั้งหมดนำเสนอไวยากรณ์เป็นอัคนేయวิทยาเพื่อธรรมะ ความชัดเจนของบทบัญญัติ และความหมายที่ตั้งอยู่บนภักติ.
No shlokas available for this adhyaya yet.
The chapter emphasizes kāraka–vibhakti integration: how agent, object, instrument, recipient, source, and locus relations are expressed through specific case-endings, including special rules for karmapravacanīyas, interjections (namaḥ/svāhā), and ‘anabhihita’ (unstated-sense) contexts.
By making linguistic roles and case-meanings precise, it safeguards correct understanding of śāstric injunctions and devotional statements; its examples explicitly point to Hari/Viṣṇu as the liberating refuge, aligning grammatical mastery (vidyā) with dharma-practice and mukti-oriented devotion.