
Forms Established by the suP (Nominal Case-Endings) — सुब्विभक्तसिद्धरूपम्
บทนี้เปลี่ยนจากรูปที่เกิดจากสนธิไปสู่การผันนาม โดยสกันทะสอนกาตยายะนะถึงระบบปัจจัยสองอย่างคือ suP สำหรับนาม และ tiṅ สำหรับกริยา พร้อมนิยามว่า suP เป็นฐานของวิภัตติทั้งเจ็ด จากนั้นแจกแจงชุดปัจจัยกรณีของแต่ละวิภัตติ และวางรากฐานด้วยแนวคิด prātipadika คือฐานนามที่ปราศจากธาตุและปัจจัยกริยาอย่าง tiṅ มีการจำแนกฐานคำเป็น ajanta (ลงท้ายสระ) และ halanta (ลงท้ายพยัญชนะ) แยกเพศชาย/หญิง/กลาง พร้อมยกตัวอย่าง ‘nāyaka’ และกล่าวถึงรูปเวทและรูปผิดแบบจำนวนมาก อีกทั้งเชื่อมความหมายเชิงการกระทำ (kāraka) กับวิภัตติ: ประถมาสำหรับความหมายของตนและการเรียก, ทุติยาสำหรับกรรม, ตฤติยาสำหรับเครื่องมือ, จตุรถีสำหรับผู้รับ, ปัญจมีสำหรับแหล่ง/การแยก, ษัษฐีสำหรับความเป็นเจ้าของ, สัปตมีสำหรับที่ตั้ง/ฐานรองรับ ตอนท้ายให้แบบผันและตัวอย่างการวิภัตติ เช่น sakhā, pati, pitā, gauḥ, rājā, panthā และสรรพนาม ka/ayam/asau เน้นรูปมาตรฐาน ข้อยกเว้น และการใช้ในภาษานักปราชญ์และพิธีกรรม
No shlokas available for this adhyaya yet.
The chapter foregrounds suP-based nominal morphology: the precise suffix inventories for each vibhakti, the definition and classification of prātipadikas (ajanta/halanta; gendered), and kāraka-driven rules assigning cases by semantic role.
By disciplining speech through correct forms and semantic clarity, it supports accurate mantra and scripture usage, reduces interpretive error, and frames linguistic mastery as a dharmic practice—an Agneya Vidya that serves both worldly competence (bhukti) and spiritual refinement (mukti).