
Mantrāuṣadha-ādi (Mantras, Medicinal Herbs, and Ritual Diagrams for Protection and Victory)
ภายใต้กรอบ “ยุทธชัยอารณวะ” พระอัคนีทรงเริ่มอธิบายหลักวิชาการเพื่อชัยชนะในศึก สอนพระวสิษฐะว่าการปฏิบัติเพื่อชัยนั้นต้องประสาน มนตร์ โอษธะ (สมุนไพร) และแผนผังจักระ/เส้นเรขาเพื่อคุ้มครองและชนะศัตรู ตอนต้นกล่าวถึงการคำนวณตามชื่อและจำนวนอักษร/มาตราเพื่อพยากรณ์ผลในบริบทดวงกำเนิดและการถามปัญหา รวมทั้งกฎจำนวนอักษรคู่-คี่ และการประเมินฉันท์/คุณะ ต่อมาจึงเข้าสู่โหราศาสตร์เชิงยุทธวิธี: การพิจารณา “ศนิ-จักระ” การหลีกเลี่ยงการแบ่งช่วงบางอย่าง (รวมถึงส่วนแบ่งประหาร/ยามที่ระบุ) และการผูก “ราหูประจำวัน” กับ “ราหูประจำตถิ” เข้ากับทิศเพื่อได้เปรียบในสนามรบ ขั้นตอนเชิงแผนผัง เช่น เส้นมูลเภทกะ และเส้นทางแปดเส้นของ “วิษฏิ–ราหู” ผ่านเทพและทิศ เชื่อมเวลาทางดารากับยุทธศาสตร์เชิงพื้นที่ รวมถึงการใช้ทิศทางลมเป็นลางที่นำไปปฏิบัติได้ ตอนท้ายว่าด้วยการคุ้มครองเชิงปฏิบัติ: สมุนไพรเฉพาะที่เก็บในนักษัตรปุษยะเพื่อป้องกันอาวุธและคมดาบ และมนตร์คุ้มครองอันทรงพลังที่ประกอบด้วยพหุ-พีชะ สำหรับเคราะห์ร้าย ไข้ ภูตผีรบกวน และพิธีทั่วไป แสดง “อัคนేయวิทยา” ว่าเป็นการสังเคราะห์จักรวาลวิทยา เทคโนโลยีพิธีกรรม และการป้องกันตนอย่างเป็นรูปธรรม
No shlokas available for this adhyaya yet.
It emphasizes operational Jyotiṣa for conflict: name/letter/mātrā-based computations, Śani-cakra avoidance periods, and directional placement of day-Rāhu and tithi-Rāhu, combined with cakra/rekhā diagram rules (including Viṣṭi–Rāhu mappings) to decide auspicious/inauspicious orientations and timings.
By framing protection, timing, and strategic action as dharma-governed disciplines: mantra and ritual diagrams are not merely tactical tools but regulated rites that demand restraint, correct procedure, and alignment with cosmic order—turning worldly defense (bhukti) into disciplined practice supportive of higher aims (mokṣa).