
Chapter 124 — युद्धजयार्णवीयज्योतिःशास्त्रसारः (Essence of the Jyotiḥśāstra of the Yuddhajayārṇava)
บทนี้เริ่มต้นญาณศาสตร์ฝ่ายยุดธชัยารณวะ โดยเชื่อม “ชัยชนะในสงคราม” เข้ากับกรอบศักดิ์สิทธิ์เชิงเทคนิค ได้แก่ เสียงพยัญชนะ/หน่วยเสียง บีชอักษร มนตระ-ปีฐะ (ที่ตั้งแห่งมนตร์) นาฑี (ช่องทางในกาย) และโอษธี/สมุนไพรเป็นเครื่องเกื้อหนุน อัคนีสะท้อนคำสอนของอีศวรที่มีต่ออุมา ชี้ว่าชัยในสนามรบเกิดจากการวินิจฉัยสิริมงคล-อัปมงคลอย่างถูกต้อง และความสอดคล้องพิธีกรรม-สัทศาสตร์ที่แม่นยำ จากนั้นวางรากพลังมนตร์ไว้ในคติจักรวาลกำเนิด: ศักติอุบัติเป็นพลังสิบห้าพยางค์ แล้วจักรวาลจึงดำเนินออกมา; “มนตร์ห้าประการ” ก่อให้เกิดมนตระ-ปีฐะ ซึ่งถูกกล่าวว่าเป็นหลักชีวิต-ความตายของมนตร์ทั้งปวง ต่อมามีการจัดผังสัมพันธ์อย่างเป็นระบบ: มนตร์เวทกับเทวะ สระเป็นกะลาอันตั้งอยู่ในพรหมัน นาดภายในและ ‘อิการะ’ อันเป็นนิมิตแห่งโมกษะ รวมถึงความสอดคล้องกับอินทรีย์ ศักติ และนาฑี บทสรุปเป็นพิธีปฏิบัติ: อังคะ-นยาสะและการบูชามฤตยูญชัยเพื่อชัยชนะในสงคราม พร้อมย้ำว่าเมื่อที่ตั้งแห่งมนตร์สูญหาย ชีวิตแห่งมนตร์ก็เสมือนดับสิ้น จึงต้องรักษาปีฐะแห่งคำสอนและปีฐะแห่งกายด้วยวินัย.
No shlokas available for this adhyaya yet.
A structured mantra-phoneme and cosmological mapping: specific syllables (e.g., kha/gha/ja), vowel-kalā doctrine, nāda-bindu-ardhacandra markers, and the mantra-pīṭha arising from five mantras—then operationalized through aṅga-nyāsa and Mṛtyuñjaya worship for victory.
It treats war-victory technology as a disciplined sādhana: by rooting efficacy in Śakti, Praṇava, and embodied mantra-seats (nāḍīs, vāyus, tanmātras), it aligns practical aims (jaya) with purification, discernment, and Śiva-union (śivatva), integrating bhukti with mokṣa.