
Chandaḥ-sāra (Essence of Prosody) — Gāyatrī as the Root Metre and Syllabic Expansions
ในหมวดฉันทศาสตร์ พระอัคนีทรงกำหนด “คายตรี” (Gāyatrī) เป็นแม่แบบรากฐานของฉันทลักษณ์พระเวท สามารถเข้าถึงได้ทั้งในรูปพยางค์เดียวแบบพีชะ (bīja), รูปมนตร์ 15 พยางค์ และรูป 8 พยางค์ที่เกี่ยวเนื่องกับปราชาปัตยะ (Prajāpatya) แล้วทรงแจกแจงว่าตามการใช้ในพระเวท จำนวนพยางค์ย่อมแปรต่าง—ในยชุสมี 6, ในสามันมี 12, และในฤคมี 18 โดยแบบแผนของสามันขยายเพิ่มครั้งละ 2 พยางค์ ต่อมามีกฎวิธีเพิ่มเติม: มาตราของฤคยอมให้มีการเพิ่มแบบ “ครั้งที่สี่”; ปราชาปัตยะขยายครั้งละ 4; ฉันท์อื่นเพิ่มทีละ 1; ส่วน “อาตุรยา” (Āturyā) มีข้อกำหนดพิเศษคือการตัดทอนตามลำดับ พระอัคนีทรงวางลำดับฉันท์ที่ขยายต่อเนื่อง—อุษณิก อนุษฏุภ วฤหตี ปังกติ ตริษฏุภ ชคตี—ว่าเป็นการคลี่คลายจากคายตรีและมีสภาวะพราหมณ์ จึงทำให้วิชาฉันทศาสตร์เป็นสิริมงคล ตอนท้ายให้แนวทางการบันทึก: การจัดกลุ่มมาตรฐานแบบ “สามและสาม”, หน่วยเดี่ยวเรียกว่า “อารยา” (Āryā) พร้อมชื่อเทคนิคสำหรับฤคและยชุส และให้เขียนลงในตาราง 64 บท/คำ.
No shlokas available for this adhyaya yet.
It codifies Gāyatrī’s multiple syllabic forms and gives rule-based procedures for metrical expansion across Vedic contexts (Yajus/Sāman/Ṛc), including special increment and omission rules (Prajāpatya by fours; Āturyā by sequential subtraction).
By identifying metrical order as brahmanic in nature, it frames disciplined speech-measure (chandas) as a dharmic practice—aligning recitation, cognition, and ritual precision with a sacred cosmological structure.